วันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

จะเป็นพ่อแม่แบบเป็ด แบบไก่ หรือแบบไหน..เลือกได้ด้วการ"ทำตัว"

แม่บอกเสมอว่า..
ลูกเกิดมาเพื่อทำให้แผ่นดินนั้นหอมหวนด้วยความพิสุทธิ์ ความเดียงสาและความเป็นธรรมชาติที่อ่อนโยนละมุนละไม
และเมื่อเกิดแล้ว..
ถือเป็นหน้าที่ของพ่อแม่ที่ต้องให้ความรัก ให้ความดี ให้ความอบอุ่น และต้อง"กล่อม เกลี้ยง เลี้ยง ดู" อย่างดีด้วยการให้อาหารกาย อาหารใจ อาหารสมอง และอาหารธรรมะในสัดส่วนที่พอเหมาะพอดี
งานเลี้ยงลูกของแม่ จึงถือเป็นภารกิจชีวิตที่สำคัญกว่ายิ่งกว่างานปั้นพระของศิลปินที่ยิ่งใหญ่ซะอีก
แม่ว่า..
ผลของการลงใจ ลงรักและลงแรงเลี้ยงลูกของพ่อแม่แต่ละคนจะเป็นอย่างไร ดูได้จากพฤติกรรมของลูก เพราะลูกนี่แหละ คือ กระจกเงาของพ่อแม่
ถ้าพ่อแม่เป็นกระจกเงาใส ใจดี อารมณ์เย็น ลูกก็จะเป็นเงาสะท้อนของคนที่จิตใจดี วางเป็น เย็นได้ ไม่มักได้ใคร่เอา รู้ผิดชอบชั่วดี ใช้ชีวิตอยู่ในทำนองครองธรรม
ถ้าพ่อแม่เป็นกระจกเงาที่ขุ่นมัว ใจร้าย อารมณ์ร้อน ลูกก็จะเป็นเงาสะท้อนของ
คนที่จิตใจร้อนและอารมณ์ที่ร้าย วางไม่เป็น เย็นไม่ได้ มักได้ใคร่เอา ไม่รู้ผิดชอบชั่วดี ใช้ชีวิตล่อแหลมศีลธรรม
และถ้าพ่อแม่เป็นกระจกบานร้าวสะท้อนภาพที่บิด ๆ เบี้ยว ๆ เรื่อยเจื้อยไร้สาระ หยาบคาย รุนแรง ลูกก็จะเป็นเงาสะท้อนของคนที่บิด ๆ เบี้ยว ๆ เรื่อยเจื้อยไร้สาระ หยาบคายและรุนแรงตามไปด้วย
แม่ว่า..
การอบรมบ่มสอนลูกไม่ได้หมายความแคบๆ แค่ “พร่ำสอน” หากแต่หมายถึง
พ่อแม่ต้องเก่งให้ลูกเห็น เป็นคนดีให้ลูกดู และอยู่อย่างมีความสุขให้ลูกประจักษ์
ดังนั้น..
พ่อแม่จึงต้องหันกลับมามองตนเองบ่อย ๆ ด้วย "ใจที่กว้าง และวางอคติ" แล้ววิเคราะห์เองว่าตนนั้นเป็นพ่อแม่แบบไหน
พ่อแม่แบบมาร..
วัน ๆ คอยแต่บั่นทอนให้ลูกตกตํ่า ยํ่าแย นอกจากจะไม่แยแสแล้ว ยังหยาบคาย ไม่สุภาพ เลี้ยงลูกแบบทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ ไม่สนใจลูก ทําให้ลูกเจ็บปวด ทําร้ายตบตี ข่มแหงรังแก ไม่สนใจที่จะฟูมฟักรักเลี้ยง
พ่อแม่แบบเป็ด..
ประเภทที่นึกจะไข่ที่ไหน ก็ไข่ทิ้งไข่ขว้างเรี่ยราด ปล่อยปละละเลย ไม่สนใจหรอกว่าลูกจะอยู่ตรงไหน ลูกจะมีกินหรือไม่ หรือจะกินอะไร จะนอนอย่างไร จะเรียน หรือจะใช้ชีวิตอย่างไรไม่ใส่ใจ ไม่สอนไม่สั่ง ให้กำเนิดแต่ไม่เลี้ยงดู ลูกจึงกลายมาเป็นปัญหา กลายเป็นคนที่ก่อให้เกิดความวุ่นวายในทางสังคม
พ่อแม่แบบไก่..
เลี้ยงลูกอย่างดี ดูแลอย่างดี อยู่กับลูกไม่ห่าง ลูกหนาวก็กางปีกโอบให้อุ่น ภัยมาก็กางปีกปกป้องคุ้มครองป้องภัยให้ไปจากลูก คอยคลอเคลีย คุ้ยเขี่ยอาหารให้ลูกได้กินก่อน เป็นพ่อแม่ที่มีลูกแล้วรับผิดชอบ กล่อม เกลี้ยง เลี้ยง ดู ลูกอย่างดี
พ่อแม่แบบพระโพธิสัตว์..
พ่อแม่ในระดับความดีที่สูงขึ้นกว่าแม่ไก่ คือ เมื่อให้กําเนิดลูกออกมาแล้ว ลูกจะเป็นอย่างไรก็รัก จะพิกลพิการอย่างไรก็รัก ใช้ความรู้คู่ความรักถักทอความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพ่อแม่และลูก พ่อแม่อย่างนี้นี่แหละที่จะสร้างอริยะให้เกิดในโลกใบนี้
เพราะพ่อแม่เป็นพ่อแม่แบบโพธิสัตว์ จึงเลี้ยงลูกเป็นอย่างดี ลูกจึงอยู่ในสังคมอย่างดี ไม่เป็นภาระของครอบครัว ไม่เป็นภาระของสังคม และเป็นร่มเงาให้สังคมร่มเย็นได้บ้าง
รักแม่เป็นที่สุด
....
ส่วนหนึ่งของคำนิยมที่ "ตุ๊บปอง" เขียนไว้ในหนังสือ เรื่อง "กล่อม เกลี้ยง เลี้ยง ดู" โดย ว.วชิรเมธี หนังสือดีที่พ่อแม่ควรมีไว้อ่าน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น