วันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

เมื่อลูกถูกเพื่อนแกล้ง

แม่ที่น่ารักท่านถามด้วยความกังวลว่า..
ลูกสาวเข้าเรียน ป.1 กลับมาบ้านบอกว่า โดนเพื่อนหยิก ตอนแรก แม่ก็สอนให้บอกครู แต่ลูกสาวไม่กล้า
แม่แอบคิดว่า..
หรือจะสอนให้ลูกสู้เลยดีไหม ธุระอะไรจะมายืนให้เค้าทำแต่ฝ่าเดียว..แต่ก็ค้านอยู่ในใจ
เรื่องนี้พ่อแม่ต้องมีจุดยืนในความรักลูกที่มั่นคง สิ่งที่สอนลูก ต้องไม่สุดโต่งอย่าง
"ตอกกลับมันไปเลยซี้ มันตี เราตี มันต่อย เราต่อย มันเตะ เราเตะ..แลกคนละหมัด ซักคนละตีน"
อย่างนี้ก็แย่ เพราะความโกรธขึ้งจะกลายเป็นแค้นฝังหุ่น มีลุ้น มีแรงต่อกันยาวละทีนี้
เรื่องให้ลูกบอกครู ก็ต้องใคร่ครวญให้ถ้วนถี่
เพราะเป็นเรื่องที่ใครก็คาดเดาไม่ถูกว่าครูมีทักษะในการคลี่คลายปัญหาเรื่องเด็กมากน้อยแค่ไหน ดีไม่ดีอาจจะทำให้ลูกทุกข์หนักมากยิ่งขึ้น..ก็เป็นได้ เพราะลูกต้องอยู่โรงเรียนกับเพื่อนทั้งวัน เพื่อนคนนั้นอาจจะเอาคืนแรงขึ้น และบ่อยขึ้นก็เป็นได้ ต้องเข้าใจนะว่า ครูต้องดูเด็กหลายคน อาจจะดูไม่ครอบ ดูไม่รอบก็เป็นได้
เรื่องนี้ต้องไม่ได้สอนให้ลูกสู้ด้วยความโกรธ ขณะเดียวกันก็ต้องไม่ได้สอนให้ลูกยอมเพราะความขลาดกลัว
เมื่อลูกถูกเพื่อนแกล้ง สิ่งแรกที่ต้องสอนลูก คือ ต้องเข้าใจ และให้อภัยเพื่อน ในขณะเดียวกันก็ต้องขบคิดหาทางแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นให้ได้
การให้อภัยไม่ได้หมายความว่าให้ลูกยอมให้เพื่อนกระทำกับลูกซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่สอนให้ลูกปล่อยวางความขึ้งโกรธ..ไม่ผูกใจเจ็บ ซึ่งความสงบเย็นนี่แหละที่จะทำให้ลูกเห็นทางออกของปัญหาได้
จากนั้นสอนให้ลูกรู้จัดกาวิธีปกป้องตนเอง เช่น การแสดงสีหน้าว่าไม่พอใจ แสดงปฏิกิริยาท่าทางว่าไม่ชอบ เช่น เดินหนี ไม่สนใจ พร้อมบอกกับเพื่อนคนนั้นตรง ๆ ว่า..
“ไม่ชอบ อย่าทำกับเราอีกนะนะ ถ้าทำอย่างนี้อีกก็อย่ามาเล่นกัน อย่ามาคุยกัน”
จากนั้นก็ให้ลูกรวมกลุ่มเพื่อน ๆ ที่ถูกเพื่อนคนนี้แกล้ง ให้เลี่ยงที่จะสัมพันธ์กับเพื่อนคนนี้ เขาอยู่ที่ไหน ไม่ต้องหนี แต่ไม่คุยด้วย ไม่เล่นด้วย ไม่มอง ไม่ข้องแวะ ไม่วอแว
แม่สอนเสมอว่า..
พ่อแม่ต้องเตรียมความพร้อมของลูก ให้รู้จักแก้ปัญหาชีวิตง่าย ๆ ด้วยตนเองตั้งแต่เล็ก เมื่อถึงเวลาที่ลูกเติบใหญ่ ต้องออกจากไปเผชิญโลกอันกว้างใหญ่ ที่สับสนและซับซ้อนแล้วเจอปัญหาที่ซับซ้อนและยุ่งยากมากขึ้น จะได้ก้าวข้ามปัญหาทุกปัญหาได้ด้วยตนเอง
รักแม่เป็นที่สุด

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น