ถ้าลูกอยากประสบความสำเร็จ ลูกต้องมีความมุมานะต่อสิ่งที่ทำ ถ้าลูกยังเล็กลูกต้องมุมานะในเรื่องการเรียน ลูกต้องมีใจรักในการเรียน เพราะหากใจลูกไม่รักในการเรียนเสียแล้ว ก็คงยากที่จะมีแรงจูงใจที่นำไปสู่ความสำเร็จ
ต่อเมื่อลูกเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ลูกก็ต้องมุมานะในเรื่องการทำมาหากิน ลูกต้องมีใจรักในการงาน เพราะหากใจลูกไม่รักในการงานเสียแล้ว ก็คงยากที่จะมีแรงจูงใจที่นำไปสู่ความสำเร็จ..เช่นกัน
สิ่งแรก คือ ลูกต้องมีสมาธิ..
เมื่อลูกมีสมาธิอยู่กับสิ่งที่ทำ ลูกจะทำสิ่งต่าง ๆ จนสำเสร็จเป็นชิ้นเป็นอัน ด้วยวิสัยของนักต่อสู้ ที่ใจจดใจจ่อกับการทำงาน ลูกต้องผ่านการฝึกฝนให้เป็นคนที่มีความรับผิดชอบต่อตนเอง หรือทำอะไรด้วยตัวของเขาเองจนสำเร็จ คือ จุดเบื้องต้นที่ทำให้เด็กได้เรียนรู้ว่าตนเองมีความสามารถ ต่อเมื่อลูกได้รู้จักช่วยเหลือตัวเองได้แล้ว จึงค่อย ๆ ดูแลตนเองในการทำกิจวัตร ไม่ต้องเป็นภาระให้แก่พ่อแม่ ต่อจากนั้น จึงเริ่มช่วยแบ่งเบาภาระงานในบ้าน
แล้วไง..
ประเภทที่พ่อแม่ทำให้ลูกทุกอย่าง กระทั่งโต แล้วจะมาอยากนี่..ก็มากเกินไปมั้ง
สิ่งที่ 2 คือ ลูกต้องมีความอดทน
ความอดทนในการทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดให้แล้วลุ เมื่อเกิดข้อผิดคิดพลาดขึ้น ลูกก็ต้องทนต่อความรู้สึกเหล่านี้ได้ เมื่อล้ม ก็ลุกขึ้นมาใหม่ แล้วเดินต่อไปได้..ไม่ท้อง่าย ๆ
แล้วไง..
ไอ้ประเภทลูกรักที่ถูกประคบประหงมนั่นนิดก็ไม่ได้ นี่นิดก็ไม่ไหว แล้วจะมาฝั่นใฝ่ให้ลูกประสบความสำเร็จ..ก็ดูจะลางเลือนอยู่นะ
สิ่งที่ 3 คือ ลูกต้องมีวินัยในตนเอง
เพราะการมีวินัยนั้นจะช่วยให้ลูกประคับประคองชีวิตให้เดินไปบนเส้นทางที่ ลูกจะเดินไปข้างหน้าได้ตลอดรอดฝั่ง ตามที่ลูกต้องการ
นั่นหมายถึง ลูกต้องมีความมุ่งมั่น และอดทนต่อสิ่งเย้ายวนให้ได้
แล้วไง..
พ่อแม่ที่สอนให้ลูกใช้ชีวิตเร็ว ๆ ล่ก ๆ ลวก ๆ อยู่กับหน้าจอ ใช้ชีวิตแบบหยาบ ๆ แล้วจะมารอความสำเร็จของลูก..คิดดูเอานะว่าจะเป็นไปได้อย่างไรกัน
สิ่งที่ลูกต้องมีด้งกล่าวข้างต้น..ไม่ใช่แค่อยาก
แต่พ่อแม่ต้องฝึกให้ลูกดูแลตัวเอง ช่วยเหลือตัวเอง ทำอะไร ๆ ด้วยตัวเอง และ มีความรับผิดชอบต่อตัวเองพร้อมเรียนรู้อยู่เสมอว่าอะไรควรทำอะไร ไม่ควรทำ
เพราะแม่ทำให้เห็น เป็นให้ดู และสอนให้รู้ ลูกจึงทำให้แม่เห็น และเป็นคนที่ประสบความสำเร็จให้แม่ดู
รักแม่เป็นที่สุด
เมื่อลูกมีสมาธิอยู่กับสิ่งที่ทำ ลูกจะทำสิ่งต่าง ๆ จนสำเสร็จเป็นชิ้นเป็นอัน ด้วยวิสัยของนักต่อสู้ ที่ใจจดใจจ่อกับการทำงาน ลูกต้องผ่านการฝึกฝนให้เป็นคนที่มีความรับผิดชอบต่อตนเอง หรือทำอะไรด้วยตัวของเขาเองจนสำเร็จ คือ จุดเบื้องต้นที่ทำให้เด็กได้เรียนรู้ว่าตนเองมีความสามารถ ต่อเมื่อลูกได้รู้จักช่วยเหลือตัวเองได้แล้ว จึงค่อย ๆ ดูแลตนเองในการทำกิจวัตร ไม่ต้องเป็นภาระให้แก่พ่อแม่ ต่อจากนั้น จึงเริ่มช่วยแบ่งเบาภาระงานในบ้าน
แล้วไง..
ประเภทที่พ่อแม่ทำให้ลูกทุกอย่าง กระทั่งโต แล้วจะมาอยากนี่..ก็มากเกินไปมั้ง
สิ่งที่ 2 คือ ลูกต้องมีความอดทน
ความอดทนในการทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดให้แล้วลุ เมื่อเกิดข้อผิดคิดพลาดขึ้น ลูกก็ต้องทนต่อความรู้สึกเหล่านี้ได้ เมื่อล้ม ก็ลุกขึ้นมาใหม่ แล้วเดินต่อไปได้..ไม่ท้อง่าย ๆ
แล้วไง..
ไอ้ประเภทลูกรักที่ถูกประคบประหงมนั่นนิดก็ไม่ได้ นี่นิดก็ไม่ไหว แล้วจะมาฝั่นใฝ่ให้ลูกประสบความสำเร็จ..ก็ดูจะลางเลือนอยู่นะ
สิ่งที่ 3 คือ ลูกต้องมีวินัยในตนเอง
เพราะการมีวินัยนั้นจะช่วยให้ลูกประคับประคองชีวิตให้เดินไปบนเส้นทางที่ ลูกจะเดินไปข้างหน้าได้ตลอดรอดฝั่ง ตามที่ลูกต้องการ
นั่นหมายถึง ลูกต้องมีความมุ่งมั่น และอดทนต่อสิ่งเย้ายวนให้ได้
แล้วไง..
พ่อแม่ที่สอนให้ลูกใช้ชีวิตเร็ว ๆ ล่ก ๆ ลวก ๆ อยู่กับหน้าจอ ใช้ชีวิตแบบหยาบ ๆ แล้วจะมารอความสำเร็จของลูก..คิดดูเอานะว่าจะเป็นไปได้อย่างไรกัน
สิ่งที่ลูกต้องมีด้งกล่าวข้างต้น..ไม่ใช่แค่อยาก
แต่พ่อแม่ต้องฝึกให้ลูกดูแลตัวเอง ช่วยเหลือตัวเอง ทำอะไร ๆ ด้วยตัวเอง และ มีความรับผิดชอบต่อตัวเองพร้อมเรียนรู้อยู่เสมอว่าอะไรควรทำอะไร ไม่ควรทำ
เพราะแม่ทำให้เห็น เป็นให้ดู และสอนให้รู้ ลูกจึงทำให้แม่เห็น และเป็นคนที่ประสบความสำเร็จให้แม่ดู
รักแม่เป็นที่สุด
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น