การอ่านหนังสือให้ลูกฟัง เป็นวิธีที่ดีที่สุดวิธีหนึ่งที่จะช่วยพัฒนาสมรรถนะของลูกปฐมวัยในการพัฒนาตามวัยให้ดีขึ้นได้ เพราะหนังสือ ถือเป็นต้นทางที่จะสร้างวิถีแห่งการเรียนรู้ ด้วยเพราะเนื้อหาและองค์ประกอบของภาพในหนังสือ ทำให้ลูกค้นพบแนวคิดดี ๆ ที่นำมาประยุกต์เป็นความคิดของตน กระทั่งเกิดกระบวนการคิด และจินตนาการอันเป็นการส่งเสริมให้สุขภาพดี ภาษาดี สังคมดี อารมณ์ดี ความรู้ดี ความคิดดี สติปัญญาดี สมาธิดี จิตใจดี และมีความคิดสร้างสรรค์ดี เพราะขณะที่ฟัง ลูกจะพินิจพิเคราะห์และวินิจฉัยเนื้อหาสาระไปด้วย จึงสามารถนำไปปฏิบัติจนเกิดผลดีต่อตนเองได้ในภายภาคหน้า
นั่นหมายถึง..
พ่อแม่อ่านจบแล้วต้องไม่จบเลย ต้องหากิจกรรมที่สัมพันธ์กับการอ่านมาเกริ่นและกล่าวขานอย่างเหมาะสมกับเนื้อหาและภาพประกอบ อย่างไม่ยัดเยียด และไม่จงใจที่จะสอนจนลูกหน่าย แล้วกลายเป็นเกลียดหนังสือ
นั่นหมายถึง..
พ่อแม่อ่านจบแล้วต้องไม่จบเลย ต้องหากิจกรรมที่สัมพันธ์กับการอ่านมาเกริ่นและกล่าวขานอย่างเหมาะสมกับเนื้อหาและภาพประกอบ อย่างไม่ยัดเยียด และไม่จงใจที่จะสอนจนลูกหน่าย แล้วกลายเป็นเกลียดหนังสือ
อ่านได้อ่านดี อ่านดังฟังชัด
หยิบหนังสือภาพสำหรับเด็ก ชุด ชวนท่องร้องเล่น เรื่องโดย ตุ๊บปอง ภาพโดยตู้อบ ..มาอ่านกับลูกด้วยเสียงที่ดัง ฟังกันชัด ๆ
การที่พ่อแม่อ่านออกเสียง และลูกสามารถฟังเรื่องราวที่สนุกสนาน และภาษาที่สละสลวยได้ชัด ทำให้ลูกเกิดสมาธิในการจับใจความจากเรื่องราวที่ฟัง ประกอบกับภาพที่เห็น ทำให้ลูกเกิดทัศนคติที่ดีต่อการอ่านได้
หยิบหนังสือภาพสำหรับเด็ก ชุด ชวนท่องร้องเล่น เรื่องโดย ตุ๊บปอง ภาพโดยตู้อบ ..มาอ่านกับลูกด้วยเสียงที่ดัง ฟังกันชัด ๆ
การที่พ่อแม่อ่านออกเสียง และลูกสามารถฟังเรื่องราวที่สนุกสนาน และภาษาที่สละสลวยได้ชัด ทำให้ลูกเกิดสมาธิในการจับใจความจากเรื่องราวที่ฟัง ประกอบกับภาพที่เห็น ทำให้ลูกเกิดทัศนคติที่ดีต่อการอ่านได้
ก่อนอ่าน
พ่อแม่ต้องพูดคุยกับลูกถึงรายละเอียดของภาพในหน้าปกหนังสือก่อน ดูชื่อเรื่อง ชื่อผู้แต่ง พร้อมตั้งคำถามจากรูปภาพที่เห็น..แบบขำ ๆ สบาย ๆ "ไม่ซีเรียส" เพราะนี่คือการสร้างความอุ่นใจให้แก่ลูกว่า อีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า จะได้พบกับความสุขในโลกของหนังสือ ถือเป็นการสร้างสัมพันธไมตรีที่ดีกับลูกไปพร้อมกัน
อ้อ..
ถ้าบางคำถามที่ถามแล้วลูกไม่ตอบสนอง พ่อแม่ควรเปลี่ยนเป็นคำถามให้ง่ายต่อการตอบ หรือให้ลูกใช้การสื่อสารด้วยร่างกายเป็นการตอบ เช่น การพยักหน้า ส่ายหน้า หรือหัวเราะ ฮ่า..ฮ่า เพื่อลูกจะได้รู้สึกผ่อนคลายไม่เครียดและสนใจที่จะฟังพ่อแม่อ่านหนังสือต่อ
พ่อแม่ต้องพูดคุยกับลูกถึงรายละเอียดของภาพในหน้าปกหนังสือก่อน ดูชื่อเรื่อง ชื่อผู้แต่ง พร้อมตั้งคำถามจากรูปภาพที่เห็น..แบบขำ ๆ สบาย ๆ "ไม่ซีเรียส" เพราะนี่คือการสร้างความอุ่นใจให้แก่ลูกว่า อีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า จะได้พบกับความสุขในโลกของหนังสือ ถือเป็นการสร้างสัมพันธไมตรีที่ดีกับลูกไปพร้อมกัน
อ้อ..
ถ้าบางคำถามที่ถามแล้วลูกไม่ตอบสนอง พ่อแม่ควรเปลี่ยนเป็นคำถามให้ง่ายต่อการตอบ หรือให้ลูกใช้การสื่อสารด้วยร่างกายเป็นการตอบ เช่น การพยักหน้า ส่ายหน้า หรือหัวเราะ ฮ่า..ฮ่า เพื่อลูกจะได้รู้สึกผ่อนคลายไม่เครียดและสนใจที่จะฟังพ่อแม่อ่านหนังสือต่อ
ระหว่างอ่าน
1.ใช้นิ้วชี้ชื่อเรื่อง และชื่อผู้แต่งที่หน้าปกหนังสือ ทำให้ลูกสังเกตเห็นว่า การอ่านนั้นเริ่มต้นจากซ้ายไปจบที่ด้านขวา พร้อมกับพูดคุยถึงภาพ เพื่อให้ลูกได้คาดเดาถึงเนื้อเรื่องที่จะได้ฟัง
2.ให้ลูกเป็นคนเปิดหนังสือ เพราะจะทำให้ลูกสังเกตและจำว่าการเปิดหนังสือจะเปิดจากขวาไปซ้าย
3.อ่านแบบมีอารมณ์ร่วม ด้วยการทำน้ำเสียงให้เหมาะสมกับอารมณ์ของคำในเนื้อเรื่อง ซึ่งจะทำให้ลูกเข้าใจความหมายของคำที่เขียนอย่างเป็นองค์รวม
4.คำนึงถึงช่วงระยะเวลาในการอ่าน โดยดูจากอารมณ์และอาการของลูกเป็นสำคัญ ซึ่งลูกอาจเบื่อกับการใช้เวลาในการอ่านนานเกินไป หรือไม่จุใจถ้าอ่านแล้วผลุบผลับจบเร็วเกินไป
5.ไม่ควรมีการแบ่งอ่าน เช่น วันนี้อ่านให้ฟังเพียงครึ่งเรื่อง ที่เหลือคอยติดตามในวันรุ่งขึ้น
1.ใช้นิ้วชี้ชื่อเรื่อง และชื่อผู้แต่งที่หน้าปกหนังสือ ทำให้ลูกสังเกตเห็นว่า การอ่านนั้นเริ่มต้นจากซ้ายไปจบที่ด้านขวา พร้อมกับพูดคุยถึงภาพ เพื่อให้ลูกได้คาดเดาถึงเนื้อเรื่องที่จะได้ฟัง
2.ให้ลูกเป็นคนเปิดหนังสือ เพราะจะทำให้ลูกสังเกตและจำว่าการเปิดหนังสือจะเปิดจากขวาไปซ้าย
3.อ่านแบบมีอารมณ์ร่วม ด้วยการทำน้ำเสียงให้เหมาะสมกับอารมณ์ของคำในเนื้อเรื่อง ซึ่งจะทำให้ลูกเข้าใจความหมายของคำที่เขียนอย่างเป็นองค์รวม
4.คำนึงถึงช่วงระยะเวลาในการอ่าน โดยดูจากอารมณ์และอาการของลูกเป็นสำคัญ ซึ่งลูกอาจเบื่อกับการใช้เวลาในการอ่านนานเกินไป หรือไม่จุใจถ้าอ่านแล้วผลุบผลับจบเร็วเกินไป
5.ไม่ควรมีการแบ่งอ่าน เช่น วันนี้อ่านให้ฟังเพียงครึ่งเรื่อง ที่เหลือคอยติดตามในวันรุ่งขึ้น
ลูกพอใจเล่มไหนให้อ่านเล่มนั้น
นี่คือแนวทางในการสร้างนิสัยรักการอ่านที่ดีให้แก่ลูกได้เป็นอย่างดี ถ้าพ่อแม่เปิดโอกาสให้ลูกเลือกอ่านหนังสือตามความสนใจของลูกเองอยู่เสมอ โดยจัดเป็นมุมหนังสือ ตะกร้าหนังสือ หรือพาลูกเข้าห้องสมุด เพื่อให้ลูกได้มีโอกาสเลือกหนังสือมาอ่านอย่างอิสระตามความสนใจ
นี่คือแนวทางในการสร้างนิสัยรักการอ่านที่ดีให้แก่ลูกได้เป็นอย่างดี ถ้าพ่อแม่เปิดโอกาสให้ลูกเลือกอ่านหนังสือตามความสนใจของลูกเองอยู่เสมอ โดยจัดเป็นมุมหนังสือ ตะกร้าหนังสือ หรือพาลูกเข้าห้องสมุด เพื่อให้ลูกได้มีโอกาสเลือกหนังสือมาอ่านอย่างอิสระตามความสนใจ
อ่านในใจ..เงียบ ๆ
ให้โอกาสและจัดให้มีช่วงเวลาที่ลูกสามารถเลือกหนังสือที่ชอบใจเป็นพิเศษมาอ่านตามลำพัง โดยให้ลูกอ่านเงียบ ๆ หรือออกเสียงพึมพำในลำคอเบา ๆ โดยไม่รบกวนผู้อื่น ก็จะช่วยให้ลูกมีสมาธิ และจดจ่อในการเรียนรู้ในเรื่องนั้น ๆ แต่เพียงผู้เดียว เมื่ออ่านจบแล้ว ให้ลูกเรียบเรียงใจความสำคัญแล้วเล่าเรื่องราวให้ฟังเป็นภาษาของตนเอง
ให้โอกาสและจัดให้มีช่วงเวลาที่ลูกสามารถเลือกหนังสือที่ชอบใจเป็นพิเศษมาอ่านตามลำพัง โดยให้ลูกอ่านเงียบ ๆ หรือออกเสียงพึมพำในลำคอเบา ๆ โดยไม่รบกวนผู้อื่น ก็จะช่วยให้ลูกมีสมาธิ และจดจ่อในการเรียนรู้ในเรื่องนั้น ๆ แต่เพียงผู้เดียว เมื่ออ่านจบแล้ว ให้ลูกเรียบเรียงใจความสำคัญแล้วเล่าเรื่องราวให้ฟังเป็นภาษาของตนเอง
อ่านเล่มนี้ซิดี
ชี้ชวนให้ลูกอ่านหนังสือ โดยที่พ่อแม่อ่านหนังสือเล่มนั้น ๆ ก่อน เพื่อจะได้มีข้อมูลที่จะเลือกใช้เรื่องราว หรือความน่าสนใจของตัวละคร มาเย้าให้ลูกสนใจ แล้วหยิบมาอ่าน
ชี้ชวนให้ลูกอ่านหนังสือ โดยที่พ่อแม่อ่านหนังสือเล่มนั้น ๆ ก่อน เพื่อจะได้มีข้อมูลที่จะเลือกใช้เรื่องราว หรือความน่าสนใจของตัวละคร มาเย้าให้ลูกสนใจ แล้วหยิบมาอ่าน
อ่านย้ำซ้ำเรื่อง
การอ่านหนังสือเรื่องเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ที่มีเรื่องราวน่าสนใจ และคำที่สนุกสนาน ก็ถือเป็นการดีที่พ่อแม่พึงใช้ในการสร้างระบบความจำให้แก่ลูก
การอ่านย้ำซ้ำเรื่องที่สนุก ๆ และมีกิจกรรมระหว่างอ่าน หรือหลังอ่านอย่างนี้..จำทำให้ลูกสนุก และสนใจหนังสือเล่มนั้นมากมากยิ่งขึ้น
การอ่านหนังสือเรื่องเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ที่มีเรื่องราวน่าสนใจ และคำที่สนุกสนาน ก็ถือเป็นการดีที่พ่อแม่พึงใช้ในการสร้างระบบความจำให้แก่ลูก
การอ่านย้ำซ้ำเรื่องที่สนุก ๆ และมีกิจกรรมระหว่างอ่าน หรือหลังอ่านอย่างนี้..จำทำให้ลูกสนุก และสนใจหนังสือเล่มนั้นมากมากยิ่งขึ้น
ไม่เชื่อก็ลองดูซี..
พ่อแม่ลูก..สนุกไม่รู้เรื่องเชียวหละ
พ่อแม่ลูก..สนุกไม่รู้เรื่องเชียวหละ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น